Home   Profile   Contact Us   Web Links   Forums 










วัดแหลมมะเกลือ

ประวัติความเป็นมา
ประวัดความเป็นมาวัดแหลมมะเกลือ
  ทะเบียนประวัติวัด
ที่ตั้งวัดในปัจจุบัน
                วัดแหลมมะเกลือ        ๑๒๐  หมู่ที  ๑๒       บ้านแหลมมะเกลือ      เทศบาลตำบล สามง่าม
                อำเภอ  ดอนตูม            จังหวัด  นครปฐม       รหัสไปรษณีย์   ๗๓๑๕๐ 
พื้นที่ตั้งวัด
              
 เขตเทศบาลตำบลสามง่าม  อำเภอ  ดอนตูม  จังหวัดนครปฐม  ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่  ๑๘  ไร่๓  งาน  ๔๐   ตารางวา  อาณาเขต  ทิศเหนือจรดคลองท่าสารบางปลา ใต้จรดทางเข้าหมู่บ้าน ทิศตะวันออก จรดที่ดินของราษฎร 
ทิศตะวันตกจรด  ถนนสามง่าม - ตะโกสูง
ที่ธรณีสงฆ์
 
จำนวน  ๕  แปลง  มีเนื้อที่  ๗๓  ไร่  ๒  งาน 
ความเป็นมาแต่เดิม
                “แหลมมะเกลือ”  เป็นชื่อหมู่บ้านที่เรียกขานกันตามลักษณะภูมิศาสตร์ คือ แหลมมะเกลือ เป็นพื้นที่ดอน ลักษณะเป็นแหลมยื่นไปกลางทุ่งนา ซึ่งมีอาณาเขตทิศตะวันตกติดทุ่งขนาดใหญ่มี่ชื่อว่าทุ่ง ”กระดานทอง” ทิศตะวันออกติดแหล่งน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางทุ่งนา มีชื่อว่า “ทุ่งหนองหนัง ” ทิศเหนือจรดลำคลองธรรมชาติ คือ “ลำอ้ายเสาร์น้อย” ทิศใต้ติดต่อกับบ้านสามง่าม มีผู้สูงอายุเล่ากันต่อๆ มาว่า ณ บริเวณที่ดินผืนนี้ลักษณะเป็นป่า มีต้นไม้หลากหลายชนิดขึ้นเต็มพื้นที่โดยเฉพาะต้นมะเกลือ เป็นพืชที่ขึ้นสอดแทรกเต็มพื้นที่ เป็นที่รู้จักของคนในตำบล ใกล้เคียงและท้องที่อำเภอบางเลนเป็นอย่างดีเพราะประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปีจะมีชาวบ้านดังกล่าวพากันมาเก็บผลมะเกกลือ เพื่อนำไปทุบให้แตกแช่น้ำจนเนื้อย่อยสลายแล้วนำไปเป็นสีย้อมผ้า ย้อมสวิง แห อวน ในฤดูน้ำหลากคือประมาณเดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคม ชาวบ้านในหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียงจะอพยพสัตว์เลี้ยงเช่น หมู เป็ด ไก่  วัว ควาย หนีน้ำมาพักอาศัยอยู่บนพื้นที่แห่งนี้ พอน้ำลดเข้าฤดูเก็บเกี่ยว ก็จะอพยพย้ายกลับถิ่นฐานของตนเอง ซึ่งไม่มีใครบอกได้ว่าสภาพเช่นนี้เกิดขึ้นมานานเท่าไรแล้ว ต่อมาประชากรเพิ่มขึ้น จากครอบครัวเล็กกลายเป็นครอบครัวใหญ่ขึ้นความจำเป็นในการใช้ที่ดินเริ่มมากขึ้น คอกวัว คอกควาย ซึ่งเดิมเป็นคอกชั่วคราวใครมาก่อนเลือกที่ตั้งก่อนมาทีหลังเลือกทีหลัง  กลายเป็นคอกถาวรขึ้น มีการจับจองปักเขตครองที่ดินกันคนละ 10 ไร่ 20 ไร่บ้าง ครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่มีวาสนาบารมีก็จับจองมากคนละหลายสิบไร่ ป่าหนาแน่นกลายเป็นไร่สวนและที่เลี้ยงสัตว์ไปโดยปริยาย ต่างแยกย้ายกันมาตั้งบ้านเรือนอยู่กันอย่างถาวรมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นชุมชนใหม่ขึ้นเรียกขานกันว่า “บ้านแหลมมะเกลือ”
                ต่อมา ชาวบ้านได้ร่วมกันสละทรัพย์และกำลังกาย ตัด โค่นเลื่อยไม้ เพื่อสร้างวัดขึ้นกลางหมู่บ้าน เพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา เรียกชื่อว่า วัดแหลมมะเกลือ
 ยุคที่มีการก่อสร้างเป็นวัดมีอุโบสถเป็นครั้งแรกและครั้งต่อมา
                ได้รับพระบรมราชานุญาตให้สร้างวัด  ตามพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์  ร.ศ.  ๑๒๑  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๔๓๘  สร้างอุโบสถ  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๐๙
การพัฒนาวัดที่มีสืบต่อกันมาโดยลำดับ
                  -  สร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ  ๘๐  พรรษา  มหาราชา
                  -  ปรับปรุงศาลาหลังเก่าติดกระจก
                  -  ปรับปรุงโรงเรียนปริยัติธรรมติดกระจก
                  -  ปรับปรุงโรงครัวใหม่
                  -  ปรับปรุงใต้ถุนอุโบสถ
                  -  ปรับปรุงใต้ถุนกุฏิ  ๒  หลัง
                  -  ปรับปรุงหอระฆังชั้นล่าง
                  -  ถมที่ข้างอุโบสถทางด้านทิศเหนือ
                  -  ปรับภูมิทัศน์บริเวณวัด
สิ่งศักดิ์ที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือ
                  -  หลวงพ่อมงคลชัยในอุโบสถ
                  -  หลวงพ่อทองดำ
                  -  พ่อปู่ชีวก
ประวัติการสร้างถาวรวัตถุ
                 -  อุโบสถ  สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๐๙  กว้าง   ๗.๔๕  เมตร   ยาว  ๒๒.๕๐  เมตร  เป็นอาคาร
คอนกรีต เสริมเหล็ก ทรงไทย  หลังคาลด  ๓  ชั้น  ชั้นล่างปรับปรุงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม
                 -  ศาลาการเปรียญ  หลังที่ ๑ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖  กว้าง ๑๖.๒๗  เมตร ยาว  ๒๐.๘๕
เมตร  เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น  ชั้นบนเป็นที่พักผู้มาปฏิบัติธรรม ชั้นล่างเป็นที่พักผู้มาปฏิบัติ
ธรรมและอาคันตุกะผู้มาพัก
                -  ศาลาการเปรียญเฉลิมพระเกียรติ   ๘๐  พรรษา   มหาราชา หลังที่   ๒  สร้างเมื่อ  พ.ศ. 
 ๒๕๔๗     กว้าง  ๑๓.๙๐  เมตร   ยาว   ๒๘   เมตรเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น   ชั้นบนเป็น
สถานที่ปฏิบัติธรรมและใช้ในการประกอบพิธีสงฆ์ต่างๆชั้นล่าง เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและใช้ในการ
ประกอบพิธีสงฆ์ต่างๆ
                -  กุฏิสงฆ์  ๗  หลัง สร้างตั้งแต่  พ.ศ. ๒๕๒๙  เป็นต้นมา
                -  มณฑป   สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๔๔
                - โรงเรียนปริยัติธรรม   ๓  ชั้น สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๓๖
                -  หอระฆัง  สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ ปรับปรุงชั้นล่าง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕  และเมื่อ  พ.ศ.
                    ๒๕๔๙
                -  ฌาปนสถาน  สร้างเมื่อ  พ.ศ. ๒๕๒๒
                -  ศาลาบำเพ็ญกุศล ๒  หลัง  สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๔๐  กว้าง  ๗.๕๐  เมตร   ยาว  ๑๒  เมตร
                -  ศาลาเอนกประสงค์  สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๑๐
                -  โรงครัว หลังที่  ๑   สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๓๗  และปรับปรุงเมื่อ พ.ศ.  ๒๕๕๑
                -  โรงครัว  หลังที่  ๒  สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๔๗
                -  ซุ้มประตูทางเข้าวัด  สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๓๘
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
                เมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๐๖
ผูกพัทธสีมา
                เมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๒๒
ลำดับรายนามเจ้าอาวาส
                รูปที่ ๑.  พระชน                                                            ตั้งแต่  พ.ศ.
                รูปที่  ๒. พระใจ                                                            ตั้งแต่  พ.ศ.
                รูปที่  ๓.  พระสมัย                                                        ตั้งแต่  พ.ศ.
                รูปที่  ๔. พระครูมนตวิสุทธิ์  (จำลอง  มนฺตคุตฺโต)               ตั้งแต่  พ.ศ.๒๕๐๕ - ๒๕๔๙
                รูปที่  ๕. พระมหาสมพักตร์  สิกฺขาสโภ                             ตั้งแต่  พ.ศ. ๒๕๔๙ -  ปัจจุบัน 
ไวยาวัจกร
                นายภิญโญ  คชศิลา
                นายฉลวย  ช่วยสุวรรณ
                นายสวิน  ทองบุญโฑ                 
ทะเบียนประวัติพระสังฆาธิการ

ทะเบียนประวัติพระสังฆาธิการ
ในเขตปกครองคณะสังฆ์จังวัดนครปฐม
----------------------------------------------------------------

ชื่อวัด  แหลมมะเกลือ                                                          เทศบาลตำบล สามง่าม
อำเภอ  ดอนตูม                                                                             จังหวัดนครปฐม
ชื่อ  พระมหาสมพักตร์                                                        ฉายา  สิกฺขาสโภ
 นามเดิม  สมพักตร์                                                            สายสุดตา             
เลขบัตรประชาชน  13  หลัก  ๓๓๔๐๕๐๐๐๘๕๓๙๒                                                  
                                                                      ชาติภูมิ
เกิดวันที่  ๑๑              เดือน  ตุลาคม                             พ.ศ.  ๒๕๑๐ณ 
บ้าน  เรืองอุดม          เลขที่  ๓๒ หมู่ที่  ๒                    ตำบล  แก้งเหนือ
อำเภอ  เขมราฐ         จังหวัดอุบลราชธานี    เชื่อชาติ  ไทย          สัญชาติ  ไทย
นามบิดา  นายสอ     สายสุดตา    นามมารดา  นางหวาด สายสุดตา
                                              ก่อนบรรพชาอุปสมบท
อยู่ที่บ้าน  เรืองอุดม                     เลขที่  ๓๒ หมู่ที่  ๒                    ตำบล  แก้งเหนือ
อำเภอ  เขมราฐ                          จังหวัด  อุบลราชธานี                  อาชีพ  กสิกรรม 
                                              บรรพชาอุปสมบท
รรพชาที่วัด  วัดพิชโสภาราม                      อำเภอ  เขมราฐ                          จังหวัด  อุบลราชธานี
เมื่อวันที่  ๒๕  เดือน  มีนาคม     พ.ศ.  ๒๕๓๐        พระครูมงคลญาณโสภิต          เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบททีวัดพิชโสภาราม          เมื่อวันที่  ๕               เดือน  กรกฎาคม               พ.ศ.  ๒๕๓๐
ตำบล  แก้งเหนือ                     อำเภอ  เขมราฐ               จังหวัด  อุบลราชธานี
พระครูวิศาลเขมคุณ               วัดพิชโสภาราม                อำเภอ  เขมราฐ       
จังหวัด  อุบลราชธานี          เป็นพระอุปัชฌาย์
พระมหาอำคา            จนฺทสาโร  วัดพิชโสภาราม            อำเภอ  เขมราฐ
จังหวัด  อุบลราชธานี                  เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระอธิการประดิษฐ์   อตฺถกาโม  วัดโพธิ์ศรี                   อำเภอ  เขมราฐ
จังหวัด  อุบลราชธานี                  เป็นพระอนุสาวนาจารย์
                                                            การศึกษา
การศึกษาสามัญสำเร็จชั้นสูงสุดระดับ  ปริญญาตรี   พ.ศ.  ๒๕๔๒   ชื่อสถานศึกษา  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย
การศึกษาปริยัติธรรม  นักธรรมชั้น  เอก  พ.ศ.  ๒๕๓๒  สำนักเรียนวัดพิชโสภาราม  จังหวัด  อุบลราชธานีเปรียญธรรมชั้น  ๕  ประโยค   พ.ศ.  ๒๕๓๗    สำเรียน  วัดห้วยจระเข้ จังหวัด  นครปฐม
                                       ตำแหน่งหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคณะสังฆ์
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  ครูสอนปริยัติธรรม  วันที่  ๑๘เดือน  มีนาคม  พ.ศ.  ๒๕๓๔
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  เป็นกรรมการสนามหลวงแผนกธรรม  วันที่  ๒๐  เดือน  ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  ครูสอนปริยัติธรรม วันที่  ๒๓  เดือน  พฤศจิกายน พ.ศ.  ๒๕๓๖
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  กรรมการวัดห้วยจระเข้  วันที่ ๒๕ เดือน  พฤศจิกายน    พ.ศ.  ๒๕๔๓
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  เลขานุการวัดห้วยจระเข้    วันที่  ๒๒  เดือน  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๔
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม วันที่ ๒๗ เดือน ธันวาคม 
 พ.ศ.  ๒๕๔๔
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  เลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม  วันที่  ๑๑  เดือน  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๔๗
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  พระกรรมวาจาจารย์    วันที่  ๑   เดือน  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๔๕
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้   วันที่  ๑    เดือน  พฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๕
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  พระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา  วันที่ ๑๘  เดือน  กรกฎาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๘
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง   เจ้าอาวาสวัดแหลมมะเกลือ  วันที่  ๓๐  เดือน  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  พระธรรมทูต   วันที่  ๖  เดือน มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
                                                                   สมณศักดิ์
ได้รับฐานานุกรม์  เป็น                            จากพระ                           วัด                            พ.ศ.
ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระมหา   เปรียญธรรม   ๕  ประโยค     พ.ศ. ๒๕๓๗


บันทึกพิเศษ
                                                                              ลงชื่อ  



                                                               (พระมหาสมพักตร์   สิกฺขาสโภ)
                                                                                                 เจ้าของประวัติ 
ประวัติเจ้าอาวาส
ประวัตเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

 

สถานะเดิม    
            ชื่อ  สมพักตร์  (ชื่อเล่น  เขม)  นามสกุล  สายสุดตา  วิทยฐานะ  น.ธ.เอก,  ป.ธ.  ๕,  พธ.บ.   อาชีพ  กสิกรรมบิดาชื่อ  นายสอ  นามสกุล  สายสุดตา  มารดาชื่อ  นางหวาด นามสกุล  สายสุดตาเกิดวัน  พุธ  ที่  ๑๑  เดือน  ตุลาคม  พ.ศ.  ๒๕๑๐  ปี  มะแม  ณ  บ้านเลขที่  ๓๒  หมู่  ๒  ตำบลแก้งเหนือ  อำเภอเขมราฐ  จังหวัดอุบลราชธานี  บรรพชา                อายุ  ๒๐  ปี  บวชเป็นสามเณร  เมื่อวันที่  ๒๕  มีนาคม  พ.ศ.  ๒๕๓๐   ณ  วัดพิชโสภาราม  ตำบลแก้งเหนือ  อำเภอเขมราฐ  จังหวัดอุบลราชธานี  โดยมี  พระครูมลคลญาณโสภิต  รองเจ้าคณะอำเภอเขมราฐ  เป็นพระอุปัชฌาย์อุปสมบท   อายุ  ๒๐  ปี  บวชเป็นพระภิกษุ  เมื่อวันที่  ๕  กรกฎาคม  พ.ศ.  ๒๕๓๐   เวลา  ๑๕.๒๕  น.   ณ  พัทธสีมาวัดพิชโสภาราม  ตำบลแก้งเหนือ  อำเภอเขมราช  จังหวัดอุบลราชธานี  
โดยมีพระครูวิศาลเขมคุณ  (ปัจจุบันมีสมณศักดิ์เป็นพระบวรปริยัติวิธาน) วัดพิชโสภาราม   เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดอุบลราชธานี  เป็นพระอุปัชฌาย์   พระมหาอำคา  จนฺทสาโร    เป็นพระกรรมวาจาจารย์   พระอธิการประดิษฐ์  อตฺถกาโม  เป็นพระอนุสาวนาจารย์เมื่อบรรพชาอุปสมบทแล้ว  ได้ศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกนักธรรม   แผนกภาษาบาลี  แผนกพระอภิธรรมและวิปัสสนากรรมฐาน  ๕  ปี  ได้ย้ายมาศึกษาต่อที่  วัดห้วยจระเข้  ตำบลพระปฐมเจดีย์  อำเภอเมืองนครปฐม  จังหวัดนครปฐม 
เมื่อวันที่  ๑๐  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๓๔  ได้อยู่ศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติธรรม  ณ  สำนักปฏิบัติธรรมวัดห้วยจระเข้  จนได้รับความไว้วางใจจากเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้  แต่งตั้งให้เป็นเลขานุการวัดห้วยจระเข้  พ.ศ.  ๒๕๔๔ เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมเป็นครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนเป็นพระวิทยากรอบรมสามเณรหมู่ภาคฤดูร้อนวัดห้วยจระเข้  ประจำทุกปี
วัดแหลมมะเกลือ
ประวัติสังเขปของ  พระมหาสมพักตร์  สิกฺขาสโภ  เจ้าอาวาสวัดแหลมมะเกลือ
เทศบาลตำบลสามง่าม  อำเภอดอนตูม  จังหวัดนครปฐม

     เป็นวิทยากรอบรมโครงการครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรมเป็นพระวิทยากรบรรยายอบรมโครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเป็นวิทยากรบรรยายอบรมข้าราชการทุกโครงการที่วัดห้วยจระเข้  และตามที่หน่วยงานราชการนิมนต์ไปบรรยายเป็นเลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม  พ.ศ.  ๒๕๔๔เป็นเลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม  พ.ศ.  ๒๕๔๗เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้  พ.ศ.  ๒๕๔๕เป็นพระกรรมวาจารย์  พ.ศ.  ๒๕๔๕เป็นพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา  พ.ศ.  ๒๕๔๘เป็นพระธรรมทูต  พ.ศ.  ๒๕๕๐         
  เป็นเจ้าอาวาสวัดแหลมมะเกลือ  พ.ศ.  ๒๕๔๙        เมื่อมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแหลมมะเกลือ  ก็ได้พัฒนาถาวรวัตถุภายในวัด  และสานต่องานสร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ  ๘๐  พรรษามหาราชา (ซึ่งอดีตเจ้าอาวาสรูปเดิมสร้างค้างไว้)  เพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมของสาธุชนทั้งหลาย  นอกจากนั้นยังได้สงเคราะห์อนุเคราะห์ศรัทธาสาธุชน  ที่มาพบตามฐานานุรูปแต่ละท่านแต่ละคนมีทุกข์ไม่เหมือนกัน  บางท่านก็มาปรึกษาเรื่องการศึกษาเล่าเรียนธรรม  บางท่านก็มาสนทนาธรรมเรื่องวิปัสสนากรรมฐานและขอบวชปฏิบัติธรรม  ๒  คืน  ๓  วันบ้าง  ๔  คืน  ๕  วันบ้าง  บางทีก็มา  ศุกร์  เสาร์  อาทิตย์  ในช่วงวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์    บางท่านก็มาให้ดูดวง  ดุฤกษ์  อาบน้ำมนต์  สะเดาะเคราะห์  ลงหน้าเมตตาค้าขาย  เสริมโชค  เสริมลาภ  เสริมดวงชตาราศี  หลากหลายความต้องการของศรัทาธาสาธุชน    ทั้งนี้ก็ได้อาศัยมีภูมิความรู้เดิมที่ชอบเรียนและศึกษาด้วยตนเองมาตั้งแต่เด็ก ๆ  บ้าง  คุณพ่อซึ่งเป็นหมอยาหมอสมุนไพรหมอนวดคลายเส้น  อีกทั้งได้ศึกษาค้นคว้าเมื่อครั้งอยู่วัดห้วยจระเข้  ซึ่งเป็นเจ้าตำรับพระปิตตา  มหาอุตม์  มหานิยมมหาเมตตา  เรียนทางด้านเครื่องรางของขลัง  เวทย์มนต์กลคาถาก็ได้ศึกษาค้นคว้าอยู่ตลอดเวลา  แต่ไม่ค่อยได้ใช้         
จนกระทั่งก่อนมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแหลมมะเกลือ  ได้เดินทางไปศึกษาจากท่านเจ้าคุณ  คือ  พระเดชพระคุณพระพิมลศีลาจารย์  เจ้าอาวาสวัดประสิทธิเวช  เจ้าคณะอำเภอองครักษ์  จังหวัดนครนายก  ซึ่งพระเดชพระคุณท่านได้เมตตาประสิทธิประสาทวิชาและอำนวยอวยพรให้เพื่อนำมาบริหารงานวัดและสงเคราะห์ญาติโยมทั้งหลาย  ทางด้านวัตถุมงคลก็ได้สร้างรุปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสรูปลอยองค์  ผ้ายันต์  รุ่นพรอุดมมงคลทรัพย์  และผ้ายันต์พระลักษณ์หน้าทอง  ซึ่งอาจารย์สมคิด  กรณกิจโกวิท  ทำถวายและนำมาให้ปลุกเษก  รวมทั้งเสื่อจตุคามรามเทพ  รุ่น  พรอุดมมงคลทรัพย์และในวันที่ ๑๔  มีนาคม  ๒๕๕๑  เวลา  ๑๔.๑๙  น.  จะประกอบพิธีเททองหล่อพระรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสอีกองค์ และเททองหล่อพระพิฆเณศ  ปางยืน  สูง  ๑.๗๖  เมตร  (หนึ่งเมตร  กับ  เจ็ดสิบหกเซ็นต์)  เนื่อทองเหลือง  และขนาด  ๕  นิ้ว  ๓  นิ้ว  อีกจำนวน  อย่างละ  ๑,๐๐๐  องค์  นอกจากนั้นยังมีเหรียญพระพิฆเณศ  ขนาด  ๓.๒  ซม.  อีก  หนึ่งหมื่นเหรียญ  ด้วยเมื่อเททองหล่อพระเสร็จ   เวลา  ๑๕.๑๙  น.  ก็จะประกอบพิธีพุทธาภิเษาเครื่องรางของขลังวัตถุมงคลของวัดอีกด้วยงานประจำปีวัดแหลมมะเกลือ  ๓  วัน  ๓  คืน  มีมหรสพสมโภชตลอดงาน  มีการสะเดาะเคราะห์  อาบน้ำมนต์ ต่อดวงเสริมมงคลชีวิต  เสริมโชค  เสริมลาภกันตลอดงานนอกจากนี้  ยังมีการทอดผ้าป่าสามัคคี  เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ  ๘๐  พรรษามหาราชา  ให้แล้วเสร็จต่อไป